Loading
  • คู่ควง คู่รัก คู่แท้

    คู่แท้

    วันที่เราคบกับคนที่ใช่ คือมันใช่เลย เราเข้ากันได้ทุกเรื่องแต่ก็มีคำถามขึ้นมาในใจว่า คนที่เราคบหาดูใจอยู่นี้ เป็นเพียง คู่ควง คู่รัก หรือคู่แท้ ที่เราอยากจะฝากชีวิตทั้งชีวิตไว้กับเขากันแน่ เชื่อว่าหลายๆคู่รักที่เพิ่งคบหาดูใจกัน หรือ อาจจะคบหาดูใจกันมานานแล้ว ต้องมีคำถามแบบนี้ขึ้นมาในใจอย่างแน่นอนค่ะ เพียงแต่เราอาจจะไม่เคยพูดหรือ ดูใจตัวเองแบบจริงๆจังๆ จนมาวันหนึ่งเราอาจจะพบกับคนที่ใช่กว่า แต่เรามีเขาคนนี้มานานแล้ว ทีนี้เราจะทำอย่างไรดีล่ะ กลายเป็น ปัญหารักเบาๆได้ เพื่อให้เกิดความเข้าใจที่ดีขึ้นเรื่องของ คู่ควง คู่รัก คู่แท้ วันนี้พี่แอมพูห์จะนำบทความของ ท่าน ว.วชิรเมธี เรื่อง ธรรมะทอรัก มาให้อ่านกันค่ะ รับรองว่าอ่านจบปุ๊บ เราจะได้แง่คิดดีๆเกี่ยวกับความรักอย่างแน่นอนค่ะ

    หากการเลือกคู่เป็นเรื่องง่ายเหมือนการเลือกซื้อลอตเตอรี่สักใบหนึ่งคงเป็นเรื่องดี เพราะถ้าซื้อแล้วไม่ถูกก็สามารถขยำทิ้งไปได้เลย หลังจากนั้นถ้ายังรักจะเสี่ยงโชคอีกสักครั้งสองครั้งเพื่อแก้ตัว ก็สามารถซื้อใหม่ได้อีกตลอดเวลา การซื้อลอตเตอรี่แล้วไม่ถูก ไม่มีใครถือเป็นเรื่องใหญ่ในชีวิต ไม่นับเป็นความล้มเหลว ไม่ถึือเป็นบาดแผลทางใจ แต่ถือเป็นเพียงประสบการณ์สนุก ๆ อย่างหนึ่งที่่ผ่านมาแล้วก็ปล่อยให้ผ่านไปได้อย่างสบายใจ

    แต่ในโลกแห่งความเป็นจริง การเลือกคู่กับการเลือกซื้อลอตเตอรี่สักใบนั้นแตกต่างกันเหมือนฟัากับดิน การเลือกคู่ผิดไม่ใช่เรื่องสามัญของชีวิต แต่นับเป็นโศกนาฏกรรมครั้งใหญ่ของชีวิตเลยทีเดียว มีหนุ่มสาวเป็นจำนวนมากที่ัตัดสินใจเลือกคู่ แล้วกว่าจะมารู้ทีหลังว่า คนที่ตนเลือกเป็นได้เพียง “เพื่อนร่วมห้อง” (รูมเมต) ไม่ใช่ “เพื่อนร่วมชีวิต” (โซลเมต) ก็สายเกิน ครั้นจะผละจากกันไปอย่างที่ใจต้องการก็ไม่สามารถทำเช่นนั้นได้ เนื่องเพราะขื่อคาหรือสถานภาพทางสังคมได้พันธนาการคนทั้งสองเอาไว้หนาแน่นเกินกว่าจะตีฝ่าออกมาได้ง่าย ๆ เสียแล้ว

    ดังนั้น ก่อนเลือกคู่จึงควรให้เวลากับการเรียนรู้จัก “คู่ควง” ของเราให้ดีที่สุด เื่มื่อรู้จักคู่ควงดีแล้ว ค่อยเลื่อนขั้นคู่ควงให้เป็น “คู่รัก” และเมื่อพิสูจน์ชัดเจนว่าเป็นคู่รักแน่ จึงค่อยยกระดับอีกครั้งหนึ่งให้เป็น “คู่แท้”ของชีวิตโดยสมบูรณ์

    ในการเลือกคู่ควง คู่รัก เพื่อสร้าง “คู่แท้” นั้นมีเกณฑ์มาตรฐานในการเลือกอยู่ ๔ ประการด้วยกัน คือ

    ๑. มีความเชื่อเสมอกัน

    ๒. มีความประพฤติเสมอกัน

    ๓. มีความใจกว้างเสมอกัน

    ๔. มีปัญญาเสมอกัน

    ๑. มีความเชื่อเสมอกัน หมายถึง การนับถือศาสนาเดียวกัน มีทัศนคติต่อโลกและชีวิตเหมือนกัน หากคนหนึ่งนับถือพุทธ อีกคนหนึ่งนับถือคริสต์หรืออิสลาม โอกาสที่จะครองคู่ด้วยกันตลอดรอดฝั่งเป็นเรื่องไม่ง่ายเลย

    ๒. มีความประพฤติเสมอกัน หมายถึง ทั้งสองฝ่ายต้องมีรูปแบบการใช้ชีวิตหรือไลฟ์สไตล์ที่เหมือนกันหรือละม้ายกัน แต่ถ้าคนหนึ่งชอบเที่ยวกลางคืนเป็นชีิวิตจิตใจ อีกคนหนึ่งชอบหมกตัวอยู่กัับบ้าน อย่างนี้โอกาสบ้านแตกก็มีสูง หรือคนหนึ่งติดเหล้าเข้าเส้นเลือด อีกคนต่อต้านเหล้าเข้าเส้นเลือดเช่นกัน ถ้าเป็นอย่างนี้ อยู่ด้วยกันไม่กี่วันเรือรักก็คงล่ม

    ๓. มีความใจกว้างเสมอกัน หมายถึง ต่างฝ่ายต่างยอม “ลดอัตตา” ของตัวเองลงได้ ยอมเสียสละความเป็นตัวของตัวเองลง เพื่อปรับให้เหลือ “ความเป็นเรา” อย่างเท่าเทียมกัน ถ้า่ฝ่ายใดฝ่ายหนึ่งเอาแต่ตัวเองเป็นที่ตั้งมากเกินไป อีกฝ่ายหนึ่งคงอึดอัด สุดท้ายก็ต้องโบกมือลากันไป อย่าลืมว่าธรรมชาติของมนุษย์นั้นต้องการ “เสรีภาพ” ถ้าชีวิตคู่ไม่มีเสรีภาพเป็นเครื่องหล่อเลี้ยง ชีวิตคู่ก็เป็นเหมือนการอยู่ใน “คุก” ดี ๆ นี่เอง

    ๔. มีปัญญาเสมอกัน หมายถึง มี “กึ๋น” ในระดับเดียวกัน มีทัศนคติตรงกัน พูดจาประสาเดียวกันรู้เรื่อง ถ้าคนสองคนที่คิดจะครองคู่อยู่ด้วยกัน แต่เห็นแย้งแตกต่างกันไปเสียทุกเรื่อง นี่คือสัญญาณที่แสดงให้เห็นว่าชีวิตรักจะอับปางในอนาคตอันใกล้

    การมีทัศนคติตรงกันของคนรักและคู่รักสำคัญกว่าทุกมาตรฐานที่กล่าวมาข้างต้น เพราะหากคนเรามีท้ศนคติไม่ตรงกันเสียแล้ว ต่อให้ฝ่ายหนึ่งงามพร้อมด้วยรูปสมบัติหรือมีทรัพย์นับอนันต์เพียงไร ก็ไม่สามารถฉุดอีกฝ่ายหนึ่งให้อยู่ร่วมชายคาเดียวกันได้

    สัจธรรมข้อนี้จริงหรือไม่ หาอ่านจากข่าวดารา ซูเปอร์สตาร์ หรือในแวดวงไฮโซตามหน้าหนังสือพิมพ์ได้แทบทุกวันอยู่แล้ว

    ขอบคุณหนังสือธรรม

    ว.วชิรเมธี (นามแฝง). ธรรมะทอรัก. พิมพ์ครั้ืงที่ ๑๙. กรุงเทพฯ : อมรินทร์ธรรมะ, ๒๕๕๖.

    ขอขอบคุณข้อมูลจากเว็บ https://www.gotoknow.org/posts/533386

    Please follow and like us:
  • บทความที่คุณอาจชอบ

    No Comments

    Leave a Reply

    แบนเนอร์